รู้หรือไม่ “ออฟฟิศซินโดรม” โรคยอดฮิตที่ไม่ได้เป็นแค่ชาวออฟฟิศเท่านั้น

รู้หรือไม่ “ออฟฟิศซินโดรม” โรคยอดฮิตที่ไม่ได้เป็นแค่ชาวออฟฟิศเท่านั้น

“ออฟฟิศซินโดรม” โรคที่หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินกัน หรือบางคนอาจจะประสบปัญหาเหล่านี้อยู่ก็ได้ เรามักจะจำกัดให้โรคนี้ เป็นโรคของคนวัยทำงานเท่านั้น หรือเรียกง่าย ๆ ว่าโรคยอดฮิตของชาวออฟฟิศนั่นเอง แต่รู้หรือไม่ว่าออฟฟิศซินโดรมสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย และทุกอาชีพ ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรค ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน ๆ หรือการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากเป็นอย่างแน่นอน วันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ ความหมายของโรคออฟฟิศซินโดรม จะมีอาการและวิธีการดูแลรักษาอย่างไรนั้น ตามไปดูกันเลยค่ะ

รู้หรือไม่ “ออฟฟิศซินโดรม” โรคยอดฮิตที่ไม่ได้เป็นแค่ชาวออฟฟิศเท่านั้น

อาการออฟฟิศซินโดรม คือ

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) คือ โรคที่เกิดจากพฤติกรรม ลักษณะการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น นั่งอยู่หน้าคอมในท่าเดิมเป็นเวลานาน ขาดการเคลื่อนไหว เปลี่ยนอิริยาบถ  ไม่ขยับไปไหน จึงส่งผลให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง ค้างในท่าเดิม กล้ามเนื้อบางส่วนถูกยืดค้าง ทำให้เกิดการปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และทำให้เกิดอาการออฟฟิศซินโดรมได้ ซึ่งสามารถบรรเทาได้ง่าย ๆ ด้วยท่าบริหาร office syndrome

รู้หรือไม่ “ออฟฟิศซินโดรม” โรคยอดฮิตที่ไม่ได้เป็นแค่ชาวออฟฟิศเท่านั้น

สาเหตุของออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรม มีสาเหตุมาจาก 2 ปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้

  1. สภาพแวดล้อมที่ทำงานไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น มีแสงสว่างน้อย อุปกรณ์ที่ใช้ไม่เหมาะสม โต๊ะทำงานอยู่ในระดับที่ไม่พอดี ตำแหน่งหน้าจอคอมพิวเตอร์สูงหรือต่ำจนเกินไป เก้าอี้ที่นั่งไม่มีพนักพิง
  2. อิริยาบถในการนั่งทำงานไม่เหมาะสม เช่น นั่งหลังค่อม หลังงอ นั่งบนเก้าอี้ที่ไม่มีพนักพิง หรือนั่งไม่เต็มก้น นั่งกอดอก นั่งไขว่ห้าง นั่งอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ ไม่ขยับไปไหน
รู้หรือไม่ “ออฟฟิศซินโดรม” โรคยอดฮิตที่ไม่ได้เป็นแค่ชาวออฟฟิศเท่านั้น

อาการออฟฟิศซินโดรม

อาการออฟฟิศซินโดรม มักจะมีอาการหลากหลาย เริ่มตั้งแต่ปวดกล้ามเนื้อเบา ๆ ไปจนถึงกระดูกทับเส้น อาการออฟฟิศซินโดรมนั้นสามารถเบาเทาลงได้ด้วยการทำท่าบริหาร office syndrome ซึ่งหากใครที่เริ่มมีอาการปวดเมื่อยจากการนั่งทำงาน และสงสัยว่าจะเป็นออฟฟิศซินโดรม สามารถสังเกตอาการได้ดังนี้

  1. ปวดกล้ามเนื้อบริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกาย เช่น ไหล่ สะบัก คอ บ่า ท้ายทอย ปวดหลังส่วนบนหรือส่วนล่าง ปวดมือ ข้อมือ ปวดข้อศอก ปวดเข่าหรือข้อเท้า ปวดสะโพกหรือต้นขา มักจะมีอาการปวดเป็นบริเวณกว้าง ปวดร้าวไปบริเวณอื่นใกล้เคียง มีลักษณะการปวดแบบล้า ๆ ไม่สามารถระบุอาการหรือตำแหน่งที่ชัดเจนได้ โดยจะมีอาการปวดตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงและทรมานอย่างมาก
  2. มีอาการของระบบประสาทร่วมด้วย เช่น ชา ปวดร้าว หรืออาจมีอาการหูอื้อ มึนงง ตาพร่ามัว ปวดไมเกรน หรือปวดศีรษะอย่างรุนแรง
  3. อาการทางระบบประสาทที่ถูกกดทับ เช่น ชาบริเวณมือและแขน และหากมีการกดทับเส้นประสาทนานเกินไปอาจมีอาการอ่อนแรงร่วมด้วย
  4. อาการทางตา เช่น ปวดตา เมื่อยล้าตา มีอาการแสบตา ระคายเคือง ตราพร่ามัว สู้แสงไม่ได้ น้ำตาไหล
  5. อาการทางผิวหนัง เช่น คันตามลำตัว เป็นผดผื่น แพ้ ผิวหนังแดง
  6. อาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูก ไอ จาม คล้ายเป็นภูมิแพ้ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก แสบคอ คอแห้ง
  7. อาจทำให้กลายเป็นการอักเสบเรื้อรังหากปล่อยไว้นาน หรือหากมีอาการรุนแรงมาก อาจทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อน หรือทำให้หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้

วิธีป้องกันออฟฟิศซินโดรม

  1. ออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ เช่น เล่นโยคะ
  2. ปรับสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม ดังนี้
  3. จอคอมพิวเตอร์แนวตรงกับหน้า และอยู่เหนือกว่าระดับสายตาเล็กน้อย โดยขอบบนของจอคอมพิวเตอร์อยู่ตรงกับระดับสายตา ในท่านั่งที่รู้สึกสบาย
  4. จอคอมตั้งห่างกับความยาวเท่ากับความยาวแขน ซึ่งเป็นระยะที่สายตาอ่านได้สบาย
  5. แป้นพิมพ์วางอยู่ในระดับศอก ทำมุม 90 องศา
  6. เบาะของเก้าอี้ต่ำกว่าระดับเข่า ปรับให้มีช่องว่างระหว่างขอบเก้าอี้กับขาด้านหลัง
  7. ปรับเก้าอี้ให้เท้าวางบนพื้นได้พอดี ประมาณ 90 องศา
  8. ปรับพนักพิงหลังของเก้าอี้ให้รับกับหลังส่วนล่าง หากเก้าอี้ทำไม่ได้ให้ใช้หมอนหนุนหลังแทน
  9. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน
  10. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อระหว่างวัน
  11. เปลี่ยนอิริยาบถเพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายอย่างน้อย ทุก ๆ 1 ชั่วโมง
  12. พักสายตาจากจอคอมทุก ๆ 10 นาที
  13. เปลี่ยนท่านั่งทำงานทุก ๆ 20 นาที
  14. นั่งตัวตรง หลังชิดขอบด้านในของเก้าอี้
  15. จับเม้าส์ในตำแหน่งตรง ไม่บิด งอ ข้อมือขึ้นหรือลง

4 ท่าบริหาร บอกลาออฟฟิศซินโดรม

  • มือประสานกันไว้ข้างหน้า แล้วดันออกไปจนสุด ค้างไว้ 10-20 วินาที ทำแบบนี้จำนวน 2 ครั้ง จะช่วยยืดกล้ามเนื้อบริเวณส่วนหลังที่ตึง
  • มือประสานกันยกขึ้นเหนือหัว เหยียดขึ้นไปจนสุดและดันค้างไว้ 10-20 วินาที ทำแบบนี้เป็นจำนวน 2 ครั้ง จะช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณส่วนตื้นและต้นแขน
  • ท่าดันหลังส่วนล่าง ยืดอกแอ่นตัวไปข้างหลัง ค้างไว้ 20 วินาที ท่านี้จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณส่วนหลังและอก
  • มือไขว้หลังและจับข้อมือไว้ ก้มหน้าลงและเอียงคอไปด้านขวา พร้อมกับดึงมือซ้ายไปทางขวา ทำค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นให้สลับข้างทำ ข้างละ 2 ครั้ง จะช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ และคอ

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับบทความเกี่ยวกับอาการ และวิธีการรักษาโรคยอดฮิตอย่างออฟฟิศซินโดรม ที่เราได้นำมาฝากทุกคนวันนี้ หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคน หันมาใส่ใจกับปัญหาสุขภาพมากขึ้นนะคะ แม้ว่าจะเป็นโรคที่ไม่ได้แสดงผลร้ายแรงอะไร อาจจะเหมือนแค่การเมื่อยล้า ปวดเนื้อตัวจากการทำงานปกติ แต่ถ้าหากทิ้งไว้นาน หรือไม่ยอมรักษา ย่อมส่งผลอันตรายต่อร่างกายในระยะยาวแน่นอน ใครที่รู้ตัวว่ากำลังประสบปัญหานี้อยู่ก็อย่าลืมที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามข้อมูลข้างต้น หรือไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการนะคะ

พามาทำความรู้จัก ประเภทของกาแฟ ที่หลายคนแยกไม่ออก!! หากจะพูดถึง “กาแฟ” เชื่อว่าจะต้องเป็นเครื่องดื่มสุดโปรดของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน เพราะอย่างที่ทราบกันดีถึงสรรพคุณของกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยกระตุ้น ให้รู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา แก้อาการง่วงซึม

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : รวม 7 สถานที่ท่องเที่ยว สุดชิลใจกลางกรุงยามค่ำคืน

ป้ายกำกับ: